การวัดแสง PAR/ลักซ์ในแปลง: ใช้ข้อมูลแสงเพื่อเพิ่มผลผลิตได้ยังไง
ในการทำ Smart Farm ปัจจัยหนึ่งที่เกษตรกรมักให้ความสำคัญรองจากน้ำและธาตุอาหาร คือ แสงแดด แสงไม่ใช่แค่เรื่องของความสว่าง แต่เป็นพลังงานที่พืชใช้ในการสังเคราะห์แสง การเข้าใจว่าพืชในแปลงได้รับแสงเพียงพอหรือไม่ ผ่านการวัดค่า PAR (Photosynthetically Active Radiation) และลักซ์ (Lux) คือก้าวสำคัญของ เกษตรอัจฉริยะ ที่ช่วยให้คุณตัดสินใจจัดการฟาร์มได้ด้วยข้อมูลจริง
ความแตกต่างระหว่างลักซ์และ PAR
หลายคนมักสับสนระหว่างสองค่านี้ แต่ในเชิง Smart AgriSystems มีความหมายที่ต่างกันดังนี้:
- ลักซ์ (Lux): เป็นหน่วยวัดความสว่างที่ตาคนมองเห็น ไม่ได้สะท้อนความต้องการของพืชโดยตรง แต่ใช้บอกความสว่างทั่วไปในพื้นที่ได้
- ค่า PAR: คือช่วงคลื่นแสงที่พืชนำไปใช้สังเคราะห์แสงได้จริง (400-700 นาโนเมตร) การวัดค่านี้จึงมีความแม่นยำสูงกว่าในการคาดการณ์สุขภาพพืชและการเติบโต
ทำไมต้องใช้ IoT Sensor วัดแสงในแปลง
การติด IoT Sensor วัดแสงช่วยให้คุณทราบแนวโน้มของแสงในแต่ละช่วงเวลา ช่วยในการตัดสินใจ เช่น:
- การพรางแสง: ช่วยให้รู้ว่าควรเปิดหรือปิดสแลนพรางแสงตอนไหน เพื่อลดความเครียดของพืชจากความร้อนจัด
- การเสริมแสง: ในโรงเรือนที่มีแดดไม่ถึง การมีข้อมูลค่า PAR ช่วยให้เปิดไฟเสริมได้ตามความจำเป็น ช่วยลดค่าไฟที่ไม่จำเป็น
- การจัดการปุ๋ยและน้ำ: พืชที่ได้รับแสงเต็มที่มักมีความต้องการธาตุอาหารและน้ำสูงขึ้น การปรับแผนการรดน้ำตามสภาพแสงจริงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้
โซลูชันหรือช่องทางดูเพิ่มเติม
หากคุณกำลังมองหาโซลูชัน Smart AgriSystems ที่ช่วยให้การติดตั้งระบบเซ็นเซอร์เป็นเรื่องง่ายและยั่งยืน สามารถปรึกษาแนวทางกับผู้เชี่ยวชาญได้ที่ เว็บไซต์ของ Doctor Green Group เพื่อรับคำแนะนำในการเลือกอุปกรณ์ IoT ที่เหมาะสมกับขนาดแปลงและพืชของคุณ
สำหรับท่านที่ต้องการสอบถามข้อมูลด้านระบบควบคุมอัจฉริยะในฟาร์ม หรือโซลูชันพลังงานและระบบเซ็นเซอร์ สามารถติดต่อได้ที่ โทร: 092-638-2229, 092-638-2723, 02-578-1559 หรือเพิ่มเพื่อนทาง LINE: @drgreen
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. วัดค่าแสงเพียงอย่างเดียวเพียงพอต่อการทำ Smart Farm หรือไม่?
ไม่เพียงพอครับ ควรมีการวัดค่าความชื้นในดิน อุณหภูมิ และความชื้นในอากาศร่วมด้วย เพื่อให้ระบบ AI Farming สามารถวิเคราะห์ภาพรวมของพืชได้อย่างแม่นยำ
2. ควรติดตั้งเซ็นเซอร์วัดแสงในตำแหน่งใดของแปลง?
ควรติดตั้งในจุดที่พืชได้รับแสงสว่างปกติ ไม่ควรอยู่ใต้เงาไม้หรือสิ่งก่อสร้าง และควรอยู่ในระดับความสูงเดียวกับยอดพืช เพื่อให้ได้ค่าที่ใกล้เคียงกับที่พืชได้รับจริง
3. ค่า PAR ที่เหมาะสมสำหรับพืชทุกชนิดเหมือนกันไหม?
ไม่เหมือนกันครับ พืชแต่ละชนิดมีความต้องการแสงต่างกัน ข้อมูลจากเซ็นเซอร์จะช่วยให้คุณปรับการจัดการให้เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิดได้ดีขึ้น

